Temple History

1 January 1996

คณะสงฆ์จีนนิกายได้เริ่มก่อสร้างวัดมีโครงสร้างหลักประกอบ
ด้วยปูนและเหล็กเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความมั่นคงทนและมั่นคงถาวร

1 January 2002

ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมหลังคาของวดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
มีวางตะแกงเหล็กปรับระดับหลังคาวิหารต่างๆ และงานก่อสร้างบริเวณด้านนอกอีกบางส่วน

1 January 2004

ทางวัดได้ให้ความสำคัญกับงานตกแต่งภายในและเน้นรายละเอียดลวดลายตามอาคารต่างๆ
มีช่างชาวจีนมาช่วยในส่วนของงานหิน เช่น พื้น ผนัง ราวหัวมังกรรอบๆ บริเวณอาคาร
ตลอดจนวาดลวดลายผนัง และเพดาน

1 January 2007

ทางวัดได้เร่งการก่อสร้างในส่วนของงานตกแต่งภายใน เพิ่มเติม และงานฝีมือต่างๆ เช่น
งานไม้ ป้ายชื่อพระอุโบสถ ตุ้ยเลี้ยง แผ่นภาพไม้สัก ๕๐๐ พระอรหันต์ แผ่นภาพไม้สัก จตุบรรพต ๔ ลูก
และแผ่นภาพไม้สัก ๒๔ ธรรมบาล ฯลฯ งานศิลป์ต่างๆ นี้ต้องอาศัยเวลาและฝีมืออย่างมาก
งานพุทธศิลป์จีนทางวัดให้ความสำคัญรายละเอียดของพระประธาน ๓ พระองค์ ๑๘ พระอรหันต์
และเทพเจ้าต่างๆ ตามพุทธลักษณะขององค์พระประธานและเทพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบันปี พ.ศ. ๒๕๕๐ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ฯ ได้ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
รวมเป็นเวลา ๑๒ ปี

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์(เย็นเชี้ยว)

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยว) อดีตรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

อดีตรองประธานและเลขานุการ คณะกรรมการสงฆ์จีนนิกาย พระอุปัชฌาย์จีนนิกาย

อดีตเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส และอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ

 

ท่านมีนามเดิม สุทธิธรรม (กิมเซี้ย) โพธิวิสุทธิธรรม ฉายา เย็นเชี้ยว เกิดในตระกูลแซ่เจียม มีภูมิลําเนาเดิม เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เชื้อชาติจีน (แต้จิ๋ว) อําเภอโผวเล้ง มณฑลกวางตุ้ง สัญชาติไทย บิดาชื่อ นายยุ่นฮะ แซ่เจียม มารดาชื่อ นางนิ้วเกียว แซ่ลิ้ม เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจํานวนพี่น้องรวม ๕ คน

๑. นายเป๋งเตี้ย แซ่เจียม (กิ่งรุ้งเพชร) 

๒. นางเตียง แซ่เจียม ถึงแก่กรรม

๓. พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยว) สุทธิธรรม (กิมเซี้ย) โพธิวิสุทธิธรรม มรณภาพ

๔. นายชุงเซีย แซ่เจียม (นภานพรัตน์แก้ว) 

๕. นางหมวยนี้ แซ่เจียม (สินธุปเรืองชัย)

เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่ อําเภอยานนาวา กรุงเทพมหานคร บรรพชา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ และอุปสมบท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่วัดโพธิ์เย็น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยมีพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ (โพธิ์แจ้ง) เป็น อุปัชฌาย์  พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นพระอาจารย์อบรมสั่งสอน พระภิกษุสามเณร เป็นเวลากว่า ๓๐ ปี เป็นผู้มีความสามารถในการบริหารสูง มีปณิธานที่จะพัฒนาพระพุทธศาสนาให้เจริญ

รุ่งเรืองก้าวหน้า ได้รับภาระธุระ การพระศาสนาในด้านต่างๆ พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นผู้สนับสนุนการศึกษา ของพระภิกษุสามเณรเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนมังกรกมลาวาส” ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ของ วัดมังกรกมลาวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทย ท่านได้เป็นประธานดําเนินงานก่อสร้างวัดบรมราชากาญจนาภิเษก อนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๙

ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลง เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๒.๒๗ น. รวมสิริอายุได้ ๗๒ ปี ๕๕ พรรษา

 

สมณศักด์และตําแหน่งการปกครอง

พ.ศ. ๒๕๑๑ - เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม

- เป็นหลวงจีนปลัด 

พ.ศ. ๒๕๑๒ - เป็นกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๑๓ - เป็นหลวงจีนปลัด

พ.ศ๒๕๑๖ - เป็นกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๑๗ - เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบําเพ็ญจีนพรต

  กรุงเทพมหานคร และวัดโพธิ์ทอง จ.นนทบุรี 

พ.ศ. ๒๕๑๘ - เป็นพระอุปัชฌาย์จีนนิกาย

- เป็นรองปลัดซ้ายจีนนิกาย 

- ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นหลวงจีนธรรมนันท์จีนประพัทธ์ 

พ.ศ. ๒๕๑๙ - เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิทัตตาราม อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี 

พ.ศ. ๒๕๒๐ - เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส พ.ศ. ๒๕๒๓ - เป็นเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส พ.ศ. ๒๕๒๕ - เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

- ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอาจารย์จีนวินยานุกร พ.ศ. ๒๕๓๐

- เป็นรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

- ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอาจารย์จีนธรรมคณาธิการ ไพศาลสมณกิจ 

- เป็นรองประธานและเลขานุการคณะกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๓๕ -ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ ไพศาลสมณกิจ 

พ.ศ. ๒๕๓๙ - ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ ไพศาลสมณกิจ

   ประสิทธิ์สิริมงคลคุณาภิวัฒน์ 

พ.ศ. ๒๕๔๒ - ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์

  ไพศาลสุนทรสมณกิจ สิริมงคล ประสิทธิ์คุณาภิวัฒน์ พุทธบริษัทจีนวิเนตา 

- เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกาย

  รังสรรค์

การศึกษาและการเผยแผ่

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นผู้สนับสนุนการศึกษา ของพระภิกษุสามเณรเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนมังกรกมลาวาส” ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ของวัดมังกรกมลาวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทย

ในแต่ละปีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณเย็นเชี้ยวได้แจกทุนการศึกษาแก่ ภิกษุสามเณร ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมังกรกมลาวาสแล้วศึกษาต่อในระดับ ปริญญาตรี

ส่วนการพัฒนาและการเผยแผ่ ท่านได้จัดระเบียบการปกครองของ พระภิกษุสงฆ์ให้อยู่ในพระธรรมวินัย มีสัมมาปฏิบัติ ท่านยังได้จัดรายการบรรยาย ธรรม ในโอกาสต่างๆ เพื่อให้สาธุชนเข้าถึงธรรม และยังได้เดินทางไปเผยแผ่ พระศาสนาในต่างแดนอีกด้วย

การพัฒนาในด้านต่างๆ ของวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ที่ท่านได้รับตําแหน่ง เจ้าอาวาส ทําให้วัดมังกรกมลาวาส มีความเจริญทั้งทางด้านศาสนสถานและ โรงเรียน พร้อมทั้งการศึกษาให้แก่พระภิกษุสงฆ์ในวัดได้มีคุณธรรมและความรู้ ซึ่งท่านได้เน้นย้ำตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ 

การสาธารณูปการ 

พ.ศ. ๒๕๓๑ - บูรณปฏิสังขรณ์วัดมังกรกมลาวาสทั้งวัด สร้างกุฏิ และหอฉัน 

พ.ศ. ๒๕๓๒ - บูรณะศาลาอเนกประสงค์ของ วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๓๔ - บูรณะวิหารท้าวจตุโลกบาลและองค์ท้าวจตุโลกบาล วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๓๙ - ดําเนินการสร้าง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ 

พ.ศ. ๒๕๔๗ - สร้างตึกอนุสรณ์บูรพาจารย์ วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๕๐ - บูรณปฏิสังขรณ์วัดมังกรกมลาวาสทั้งวัด 

การสาธารณกุศลที่สําคัญ 

พ.ศ. ๒๕๓๑ - บริจาคมูลนิธิสายใยไทย เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐บาท

- บริจาคช่วยสร้างตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท 

พ.ศ. ๒๕๓๒ - บริจาคช่วยอุทกภัยภาคใต้เป็นเงิน ๙๗,๕๐๐ บาท

- ดําเนินงานบริจาคโรงพยาบาลตากสิน เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท 

พ.ศ. ๒๕๓๓ - นําคณะศิษยานุศิษย์ บริจาคเงินให้แก่ วัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา

  สมุทรปราการ รวมเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท





 

Calendar
Mount Year
Sun
Mon
Tue
Wed
Thu
Fri
Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31

Upcoming Event
February 2020

Loding...

คำสอนซือหู

1. เราจะสร้างความดี ต่อความสุข ในชีวิตของเรายังมีอะไรทำ เพียงแต่เราลุกขึ้น
มีแต่จิตใจที่ผ่องแผ้ว​ให้ความดีอยู่ในดวงจิต
2. คนเราจากความเห็นแก่ตัว ​เปลี่ยนเป็น​จิตใจที่เมตตา เปลี่ยนเป็น​จิตใจที่อ่อนโยน
​เปลี่ยนเป็น​จิตใจที่เอื้อเฟื้อ​เพื่อ​แผ่ซึ่งกันและกัน
3.โอกาสที่จะสร้างความดีในชีวิตของเรา จะต้องมีบุญมีจิตมีปณิธาน​มีความดีมีบุญ
ที่จะมาสร้างบุญเพื่อ​เพิ่มพูนในชีวิตของเรา
4. คิดจะดืมน้ำก็คิดว่าน้ำมาจากไหน รู้บุญก็ต้องตอบแทนด้วยคุณ เป็นจริยธรรม​ที่สูงที่สุดของมนุษย​เรา
5. พ่อแม่ที่เคร่งครัด​มีระเบียบย่อมมีลูกที่กตัญญู​กตเวทิตา​ อาจารย์​ที่มีคุณธรรมที่มีจริยธรรม
​ย่อมที่จะสอนลูกศิษย์​ให้รู้อะไรความดีกับความไม่ดี
6. คนที่มีบุญคุณ​กับเรา เราต้องรำลึกถึงเขาเสมอ ไม่ใช่เพียงแต่รำลึกถึงผู้ที่มีประโยชน์​กับเรา
7. เราทำอะไรต้อง​มีจิตใจ​ที่​ต่อ​เนื่องกัน แล้วงานจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แล้วจิตใจของเรา​จะ​มั่นคง
8. น้ำใจแห่งมนุษย์​เรามีน้ำใจไหม ขุดมนุษย์​สร้างให้เป็นมนุษย์​ถ้าชื่อ​ว่ามนุษย์​ แต่การกระทำไม่เหมือน​มนุษย์
​ก็เท่ากับว่าผิดมนุษย์
9. พวกเรายังเป็นคนไม่มีระเบียบ แล้วต่อไปมันจะเป็นคนมีระเบียบได้อย่างไร
10. ธรรมะ แปลว่า​ สิ่งที่ถูก​ สิ่งที่ดี​ สิ่งที่มีเหตุผล​ สิ่งที่เป็นคุณ​งามความดี​
สิ่งที่มันเป็นไปแล้วมันเป็นประโยชน์​กับคนทั่วไปกับวัดอย่างนี้ถึงเรียกว่าธรรมะ
11. ตะวันออกแต่เช้า ไปสู่ตะวันตกในยามพบค่ำ ก็หมุนเวียนๆไปเรื่อยๆ ชีวิตของคนเราฉันใดก็ฉันนั้น
เรามีลมหายใจอยู่ช่วงหนึ่ง เราได้วิชาหนึ่ง วิชานั่นก็คือครูบาอาจารย์ของเรานั่นเอง
แต่เป็นความนึกคิดแต่เป็นการวิริยะความก้าวหน้าต่างๆ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นล้วนแล้วแต่ เป็นครูของเราทั้งนั้น
เหมือนกับที่มานพไหว้ทิศทั้งหก
12. ดื่มน้ำให้คิดว่าน้ำมันมาจากไหน มันต้องไหลมาจากภูเขา จากลำธารสู่แม่น้ำแล้วมากลั่นมากลอง
ให้เราดื่มน้ำ เพื่อต่อชีวิตของเราฉันใดก็ฉันนั้น และ
วันนี้พระภิกษุที่กำลังศึกษาอยู่สามเณรที่กำลังศึกษาอยู่ได้รับความเมตตาจากอาจารย์ทุกท่าน
ก็เป็นโอกาสอันดีงามแสดงซึ่งความวิริยะจริยธรรมคุณธรรมมนุษย์ของเราห่างไกลจากมนุษย์
จริยธรรมไม่ได้คุณธรรมไม่ได้จากจริยธรรมคุณธรรมไปสู่สัมมาโพธิญาณ

13. ถ้าเราไม่สามารถชนะความดีแพ้ต่อความดี เราพ่ายแพ้ต่อความดี อวิชชามันก็เกิดความมัวหมองก็เกิดขึ้น
ความลังเลใจก็เกิดขึ้น ความอยากกิเลสต่างๆก็เกิด ความนึกคิดต่างๆก็เปลี่ยนไป ฉะนั้นต้องชนะความดี
และตัดกิเลสสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดีให้หมดสิ้น ไปเมื่อนั้นแหละเราก็จะพบกับความสำเร็จ
ในวันนี้ขอให้สำเร็จเป็นพระที่ศึกษาอยู่ขอให้เห็นในธรรมทุกท่าน
14. การสวดมนต์เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ให้เขาฟังแล้วซาบซึ้ง แต่ไม่ใช่ลากยาวตอนลงท้าย
ลากยาวจนไม่รู้จะจบอย่างไร
15. สวดมนต์ดีคือเราสวดตามจังหวะจ่ะโคนของมัน ไม่ช้าไม่เร็วเสียงต่ำเสียงสูงให้มันได้จังหวะ
แล้วมันเข้ากับคีของมันเข้ากับคีของดนตรี แล้วคีดนตรีเขาก็ตามเราง่าย
เพราะคีพวกตีขิมเนี่ยเขาจะฟังคนขึ้นอย่างไร สูง กลาง
16. ถ้าวัดไหนไม่มีระเบียบ ก็หมายถึงพระวัดนั้น ความเจริญของวัดนั้น
หรือการปฎิบัติของวัดนั้นขาดความสุขุมคัมภีรภาพ ฉะนั้นพวกเราเดี๋ยวนี้ก้าวหน้าแล้วนะ
ก้าวหน้ากว่าเดิมต้องพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น
17. ความจำเป็นของค่าใช้จ่ายควรใช้จ่ายพอสมควร ควรใช้ในสิ่งที่ควรใช้
ควรประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัดนี่แหละเป็นหน้าที่ของเรา ที่ควรฝึกการเป็นคนไปในตัวด้วยให้มีความพอดี
พอดีนั่นคือความพอเพียง การศึกษาคือการปูทางให้เราเดินไปสู่จุดหมายปลายทางที่มันสว่าง
18. ให้ทุกคนแก้ไขชีวิตและเอาสิ่งที่ดีๆมาพิจารณาแล้วจะเป็นประโยชน์และความสว่างในชีวิตของเรา
19. ถ้ามีธรรมะอยู่ในใจแล้วเราทำอะไรได้เต็มที่ เพราะว่ามันมีธรรมะอยู่ในใจแล้ว
ให้ทุกคนมีธรรมะอยู่ในใจฝังแน่นอยู่ในจิตใจของพวกเราทุกคน
ดวงใจน้อยๆของเราไปตลอดเวลาทุกคนจะได้มีความดี
20. จะทำอะไรอยู่ที่พรสวรรค์​ของคนคนนั้น เราเอาพรสวรรค์​ที่เรามีอยู่ไปสร้างคนให้มีประโยชน์​ขึ้นมา
อันนี้มันจะเป็นความดีจิตของเรา สามารถ​นำพรสวรรค์​ของเราออกมาใช้ได้​ทุกคน​
ตั้งใจหน่อยและนำสิ่งที่ดีๆเหล่านั้นเป็นประโยชน์
21. คนที่ทำงานหรือผู้ที่ทำงาน ทำงานอะไรก็แล้วแต่ งานเล็กงานน้อย จนถึงงานใหญ่
ต้องมีจิตใจที่สม่ำเสมอจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่เอนเอียง ไม่โลเล ไม่เรรวน ต้องสม่ำเสมอ ก็คือว่า เราทำงาน
ต้องมีจิตใจมั่นคง อย่าให้มันเปลี่ยน ยกตัวอย่าง การทำงานในวัดเรานี่ อย่างคนทำหน้าที่ประจำ หน้าที่ต่างๆ
อย่างแรกที่สุดเลยเราต้องรู้หน้าที่ก่อน รู้หน้าที่แล้ว ต้องได้ทำหน้าที่ในสิ่งนั้น เมื่อไปทำหน้าที่สิ่งนั้นๆแล้ว
ควรรักษามันไว้ให้เสมอต้นเสมอปลาย ทำดีก็ให้มันดีตลอด ถ้ามันดีขาดๆหายๆมันก็ดีไม่จริง ดีไม่เต็มที่
แล้วก็ตัวท่านเองก็จะเป็นที่ครหาของบุคคลทั่วไป เพราะฉะนั้น ทำงานต้องใช้ความสม่ำเสมอ

22. อุปสรรคบางอย่างในการทำงานมันมี แต่อย่าให้อุปสรรคนั้นมาทำให้ใจเราเปลี่ยน
มาทำให้จุดมุ่งหมายเราเปลี่ยน อุปสรรคมันมีแน่นอน ปัญหามีทุกเรื่อง แล้วแต่จะเป็นปัญหาเล็กปัญหาใหญ่
แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ปัญหาเล็กๆมาสุมกันเยอะๆแค่นั้นเอง เป็นก้อนใหญ่ จึงดูใหญ่
แต่ถ้าหากเราสามารถแตกมันออกมาเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อยได้ เราก็จะเห็นว่ามันไม่ใหญ่ เราสามารถแก้ไขได้
สามารถทำให้มันผ่านไปได้ด้วยดี ก็หวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจ
23. เราทุกคนเรียนเหมือนกัน กินข้าว 5 อย่างเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ทำไมไม่เหมือนกัน ก็อยู่ที่แต่ละคนตั้งใจ
เอาใจ ใส่ใจ มีปณิธานที่จะก้าวหน้าไหม
24. สิ่งที่ไม่ดีไปที่ไหนที่นั้นก็ไม่ดีทั้งนั้น ​จิตใจบริสุทธิ์​ดินแดนนั้นก็บริสุทธิ์
​จิตใจไม่ค่อยสะอาดไปถึงที่ไหนก็จะไม่สะอาด ฉะนั้น​ต้องฝึกจิตใจของเรา ต้องฝึกเอาไว้
25.สิ่งที่ไม่มีสัมมาคารวะ​อย่าไปดูอย่าไปมองอย่าไปคิดอย่าไปทำขงจื้อท่านสอนเอาไว้ อย่ามอง ไม่จับ ไม่ทำ
​อย่าพูด แล้วเราจะเป็นบัญฑิตได้อีกคนหนึ่ง
26. ทำงานเล็กๆน้อย ทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ เป็นการฝีกนิสัยจิตใจไปในตัว สร้างความดี สร้างความรู้
สร้างการเป็นคน สร้างการเสียสละ สร้างจิตใจให้มันกว้างวาง
27. อกุศลกรรมที่เกิดแล้วเราก็ตัดมันให้หมดไป กุศลจิต กุศลธรรม ที่ยังไม่เกิดเราก็เร่งสร้างให้มันเกิดขึ้น
28. การทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะต้องมีจิตใจ​ที่สม่ำเสมอจิตที่มั่นคง จิตที่สม่ำเสมอจิตที่แน่วแน่ จิตที่อุทิศ​
จิตที่เป็นปณิธาน​ จิตที่มีความอดทน จิตที่มีความเสียสละนั้นเองคือจิตที่เราครวพึ่งมีเอาไว้
29. ​ถ้าจิตใจ​ของเรารักษา​ความ​สม่ำเสมอมันก็จะถึงความสงบ ความน่ารักอ่อนโยน​และความสิริมงคล​
วัดไหนๆเขาก็อยู่กันหลายๆพันคน
ถ้าเขาไม่สามารถ​ปกครองวัดได้ให้อยู่ในระเบียบอยู่ในความสวยงามก็ไม่สามารถทำให้วัดนั้นมีชือเสียงได้
30. มนุษย์ถูก​สร้างให้เป็นมนุษย์​ ถ้าชื่อ​ว่ามนุษย์​แต่การกระทำไม่เหมือน​มนุษย์​
ก็เท่ากับว่าผิดมนุษย์​​เดินทางผิดไป แต่นี้เป็นโอกาส​ที่เราจะเดินไปบนหนทางที่สว่างในชีวิต
แล้วเราเดินหรือเปล่า เราทำหรือเปล่า เรามีจิตสำนึกอย่างนั้นไหม
31. ) งานวัด งานประจำปี ทุกคนมาพร้อมก็ได้บรรยากาศแล้ว มีความพร้อมใจ พร้อมเพรียงกัน
ทำบุญแล้วมีความสุขใจเหมือนกับครอบครัว ความเจริญก้าวหน้าของหมู่นั้น ไม่ใช่ต่างคนต่างตั้ง ต่างคนต่างเดิน
ต่างคนต่างคิด คนนี้เกี่ยงคนนั้นทำ คนนั้นเกี่ยงคนนี้ทำ จิตใจที่ศรัทธาเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา
เมื่อวานนี้ก็มีบรรยากาศที่ดี ก็ผ่านไปวันหนึ่ง วันนี้ก็เรื่องใหม่ ไม่ว่าจะทำอะไรมันต้องมีใจ
ถ้าไม่มีใจแล้วเรื่องต่างๆมันจะไม่ต่อเนื่องกัน

วันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬหบูชา ( 拜佛 bàifójié ) ( บาลี:อาสาฬหปูชา-อักษรโรมัน: ĀsāḷhaPūjā )
เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย คำว่า อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก “อาสาฬหปูรณมีบูชา” แปลว่า
“การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ” อันเป็นเดือนที่สี่ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย
ซึ่งมักจะตรงกับเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 8 หลังแทน
วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี
อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์
การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ใน 5 ปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า
จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก
คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า “วันพระธรรม” หรือ วันพระธรรมจักร
อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ “วันพระสงฆ์” คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก อีกด้วย
เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8
หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี
ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501
โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย ตามคำแนะนำของ พระธรรมโกศาจารย์ ( ชอบ อนุจารี )
โดยคณะสังฆมนตรีได้ออกเป็นประกาศสำนักสังฆนายกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2501
กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาพร้อมทั้งกำหนดพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
โดยมีพิธีปฏิบัติเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล
ความสำคัญ วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา หรือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรก
จึงถือได้ว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก และด้วยการที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง แก่ชาวโลก
ซึ่งพระธรรมที่ตรัสรู้ได้ จึงถือได้ว่าพระองค์ได้ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์
คือทรงสำเร็จภารกิจแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก
“ พระปัจเจกพุทธเจ้า ” ที่แม้จะตรัสรู้เองได้โดยชอบ แต่ทว่าไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า
“วันพระธรรม”
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมสำเร็จพระโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลคนแรก
และได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสมบทเป็นภิกษุองค์แรกในพระศาสนา และด้วยการที่ท่านเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในโลกดังกล่าว
พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า “วันพระสงฆ์”

Loding...

Avalokiteshvara
Guan Yin
Chapel
Tian Wang's sanctuary
Bell Tower
Drum Tower
Avalokiteshvara Guan Yin
Chapel
Tian Wang's sanctuary
Bell Tower
Drum Tower
Google Map
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ 959 หมู่ 4 ถนน เทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
Tel. 025711155
Mount Year
Sun
Mon
Tue
Wed
Thu
Fri
Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31

Teachinge

VIEW

Prayer

VIEW
Google Map
วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ 959 หมู่ 4 ถนน เทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
Tel. 02-571-1155 , Tel. 025711155
Copyright © 2016 Leng Nei Yee All Rights Reserved.

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์(เย็นเชี้ยว)

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยว) อดีตรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

อดีตรองประธานและเลขานุการ คณะกรรมการสงฆ์จีนนิกาย พระอุปัชฌาย์จีนนิกาย

อดีตเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส และอดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ฯ

 

ท่านมีนามเดิม สุทธิธรรม (กิมเซี้ย) โพธิวิสุทธิธรรม ฉายา เย็นเชี้ยว เกิดในตระกูลแซ่เจียม มีภูมิลําเนาเดิม เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร เชื้อชาติจีน (แต้จิ๋ว) อําเภอโผวเล้ง มณฑลกวางตุ้ง สัญชาติไทย บิดาชื่อ นายยุ่นฮะ แซ่เจียม มารดาชื่อ นางนิ้วเกียว แซ่ลิ้ม เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจํานวนพี่น้องรวม ๕ คน

๑. นายเป๋งเตี้ย แซ่เจียม (กิ่งรุ้งเพชร) 

๒. นางเตียง แซ่เจียม ถึงแก่กรรม

๓. พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ (เย็นเชี้ยว) สุทธิธรรม (กิมเซี้ย) โพธิวิสุทธิธรรม มรณภาพ

๔. นายชุงเซีย แซ่เจียม (นภานพรัตน์แก้ว) 

๕. นางหมวยนี้ แซ่เจียม (สินธุปเรืองชัย)

เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ที่ อําเภอยานนาวา กรุงเทพมหานคร บรรพชา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ และอุปสมบท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่วัดโพธิ์เย็น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยมีพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรฯ (โพธิ์แจ้ง) เป็น อุปัชฌาย์  พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นพระอาจารย์อบรมสั่งสอน พระภิกษุสามเณร เป็นเวลากว่า ๓๐ ปี เป็นผู้มีความสามารถในการบริหารสูง มีปณิธานที่จะพัฒนาพระพุทธศาสนาให้เจริญ

รุ่งเรืองก้าวหน้า ได้รับภาระธุระ การพระศาสนาในด้านต่างๆ พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นผู้สนับสนุนการศึกษา ของพระภิกษุสามเณรเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนมังกรกมลาวาส” ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ของ วัดมังกรกมลาวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทย ท่านได้เป็นประธานดําเนินงานก่อสร้างวัดบรมราชากาญจนาภิเษก อนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๙

ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลง เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐๒.๒๗ น. รวมสิริอายุได้ ๗๒ ปี ๕๕ พรรษา

 

สมณศักด์และตําแหน่งการปกครอง

พ.ศ. ๒๕๑๑ - เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม

- เป็นหลวงจีนปลัด 

พ.ศ. ๒๕๑๒ - เป็นกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๑๓ - เป็นหลวงจีนปลัด

พ.ศ๒๕๑๖ - เป็นกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๑๗ - เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบําเพ็ญจีนพรต

  กรุงเทพมหานคร และวัดโพธิ์ทอง จ.นนทบุรี 

พ.ศ. ๒๕๑๘ - เป็นพระอุปัชฌาย์จีนนิกาย

- เป็นรองปลัดซ้ายจีนนิกาย 

- ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นหลวงจีนธรรมนันท์จีนประพัทธ์ 

พ.ศ. ๒๕๑๙ - เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิทัตตาราม อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี 

พ.ศ. ๒๕๒๐ - เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส พ.ศ. ๒๕๒๓ - เป็นเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส พ.ศ. ๒๕๒๕ - เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

- ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอาจารย์จีนวินยานุกร พ.ศ. ๒๕๓๐

- เป็นรองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย

- ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระอาจารย์จีนธรรมคณาธิการ ไพศาลสมณกิจ 

- เป็นรองประธานและเลขานุการคณะกรรมการสงฆ์จีนนิกาย 

พ.ศ. ๒๕๓๕ -ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ ไพศาลสมณกิจ 

พ.ศ. ๒๕๓๙ - ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ ไพศาลสมณกิจ

   ประสิทธิ์สิริมงคลคุณาภิวัฒน์ 

พ.ศ. ๒๕๔๒ - ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์

  ไพศาลสุนทรสมณกิจ สิริมงคล ประสิทธิ์คุณาภิวัฒน์ พุทธบริษัทจีนวิเนตา 

- เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกาย

  รังสรรค์

การศึกษาและการเผยแผ่

พระคณาจารย์จีนธรรมปัญญาจริยาภรณ์ เป็นผู้สนับสนุนการศึกษา ของพระภิกษุสามเณรเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนมังกรกมลาวาส” ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ของวัดมังกรกมลาวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทย

ในแต่ละปีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณเย็นเชี้ยวได้แจกทุนการศึกษาแก่ ภิกษุสามเณร ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมังกรกมลาวาสแล้วศึกษาต่อในระดับ ปริญญาตรี

ส่วนการพัฒนาและการเผยแผ่ ท่านได้จัดระเบียบการปกครองของ พระภิกษุสงฆ์ให้อยู่ในพระธรรมวินัย มีสัมมาปฏิบัติ ท่านยังได้จัดรายการบรรยาย ธรรม ในโอกาสต่างๆ เพื่อให้สาธุชนเข้าถึงธรรม และยังได้เดินทางไปเผยแผ่ พระศาสนาในต่างแดนอีกด้วย

การพัฒนาในด้านต่างๆ ของวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ที่ท่านได้รับตําแหน่ง เจ้าอาวาส ทําให้วัดมังกรกมลาวาส มีความเจริญทั้งทางด้านศาสนสถานและ โรงเรียน พร้อมทั้งการศึกษาให้แก่พระภิกษุสงฆ์ในวัดได้มีคุณธรรมและความรู้ ซึ่งท่านได้เน้นย้ำตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ 

การสาธารณูปการ 

พ.ศ. ๒๕๓๑ - บูรณปฏิสังขรณ์วัดมังกรกมลาวาสทั้งวัด สร้างกุฏิ และหอฉัน 

พ.ศ. ๒๕๓๒ - บูรณะศาลาอเนกประสงค์ของ วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๓๔ - บูรณะวิหารท้าวจตุโลกบาลและองค์ท้าวจตุโลกบาล วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๓๙ - ดําเนินการสร้าง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ 

พ.ศ. ๒๕๔๗ - สร้างตึกอนุสรณ์บูรพาจารย์ วัดมังกรกมลาวาส 

พ.ศ. ๒๕๕๐ - บูรณปฏิสังขรณ์วัดมังกรกมลาวาสทั้งวัด 

การสาธารณกุศลที่สําคัญ 

พ.ศ. ๒๕๓๑ - บริจาคมูลนิธิสายใยไทย เป็นเงิน ๙๐๐,๐๐๐บาท

- บริจาคช่วยสร้างตึกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท 

พ.ศ. ๒๕๓๒ - บริจาคช่วยอุทกภัยภาคใต้เป็นเงิน ๙๗,๕๐๐ บาท

- ดําเนินงานบริจาคโรงพยาบาลตากสิน เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท 

พ.ศ. ๒๕๓๓ - นําคณะศิษยานุศิษย์ บริจาคเงินให้แก่ วัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา

  สมุทรปราการ รวมเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท





 

Temple History

1 January 1996

คณะสงฆ์จีนนิกายได้เริ่มก่อสร้างวัดมีโครงสร้างหลักประกอบ
ด้วยปูนและเหล็กเป็นส่วนใหญ่ เพื่อความมั่นคงทนและมั่นคงถาวร

1 January 2002

ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมหลังคาของวดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
มีวางตะแกงเหล็กปรับระดับหลังคาวิหารต่างๆ และงานก่อสร้างบริเวณด้านนอกอีกบางส่วน

1 January 2004

ทางวัดได้ให้ความสำคัญกับงานตกแต่งภายในและเน้นรายละเอียดลวดลายตามอาคารต่างๆ
มีช่างชาวจีนมาช่วยในส่วนของงานหิน เช่น พื้น ผนัง ราวหัวมังกรรอบๆ บริเวณอาคาร
ตลอดจนวาดลวดลายผนัง และเพดาน

1 January 2007

ทางวัดได้เร่งการก่อสร้างในส่วนของงานตกแต่งภายใน เพิ่มเติม และงานฝีมือต่างๆ เช่น
งานไม้ ป้ายชื่อพระอุโบสถ ตุ้ยเลี้ยง แผ่นภาพไม้สัก ๕๐๐ พระอรหันต์ แผ่นภาพไม้สัก จตุบรรพต ๔ ลูก
และแผ่นภาพไม้สัก ๒๔ ธรรมบาล ฯลฯ งานศิลป์ต่างๆ นี้ต้องอาศัยเวลาและฝีมืออย่างมาก
งานพุทธศิลป์จีนทางวัดให้ความสำคัญรายละเอียดของพระประธาน ๓ พระองค์ ๑๘ พระอรหันต์
และเทพเจ้าต่างๆ ตามพุทธลักษณะขององค์พระประธานและเทพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบันปี พ.ศ. ๒๕๕๐ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ฯ ได้ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
รวมเป็นเวลา ๑๒ ปี